Make your own free website on Tripod.com
 
 
 

ชนเผ่าแบล๊คฟุต เรียกมังกรว่า อีลีสกิ่ง คนเก่าคนแก่ในเผ่ามักจะเล่าเรื่องที่พื้นดินสั่นสะเทือน เวลาที่มังกรหรือไดโนเสาร์เดินผ่าน ให้ลูกหลานฟังอยู่เสมอ ดังนั้นชาวบ้านต้องหลบหลังอยู่ก้อนหิน รอจนกว่ามังกรจะเดินผ่านไป ซึ่งทุกวันนี้เรื่องเล่าแบบนี้ ก็ยังคงมีให้ฟังกันอยู่

แน่นอนว่า ตำนานมังกรของชนเผ่าแบล๊คฟุต มีที่มาจาก โคริทอซอรัส และไดโนเสาร์พันธุ์อื่น ๆ ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น

ฟิวส์ สร้างส่วนลำตัวของมังกรจากซากไดโนเสาร์ แต่ส่วนสำคัญที่ยังขาดหายไปก็คือ ปีก สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่บินได้ และที่น่าสนใจที่สุดก็คือสัตว์ตระกูลเทโรซอร์

พันธุ์ เทราโนดอน ตรงส่วนหัวของมันมีหงอน ทำหน้าที่เหมือนเป็นใบเรือ ซึ่งช่วยควบคุมทิศทางเวลาบิน กระดูกทุกชิ้นกลวงและเป็นโพรงอากาศ ทำให้มันมีน้ำหนักเบา  ฟิวส์บอกว่าเขาอยากจะเห็นสัตว์พันธุ์นี้บิน อยู่จริง ๆ บนท้องฟ้า เพราะมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจมาก ในปัจจุบันไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในธรรมชาติ ที่เหมือนกับสัตว์ในตระกูลเทโรซอร์ จะมีก็แต่เครื่องร่อนที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาเท่านั้น ที่ใช้หลักการเดียวกับเทราโนดอน โดยเครื่องร่อนใช้โครงสร้างเป็นอลุมิเนียมกลวง ส่วนเทโรซอร์ มีขนาดใหญ่ และมีขนาดปีกที่กว้างถึง 10 เมตร ปีกขนาดใหญ่น่าจะเข้ากันได้ดีกับปีกของมังกรในจินตนาการ ฟิวส์เชื่อว่า มังกรอาจมีน้ำหนักตัวเบาเหมือนกับไดโนเสาร์กินพืชหลายชนิด ที่ร่างกายเต็มไปด้วยอากาศก็ได้ ทำให้มันบินขึ้นจากพื้น ทำให้ไม่ต้องใช้แรงมากเหมือนที่คิดกัน ถ้ามังกรมีปีกขนาดใหญ่เหมือนเทโรซอร์ และมีกระดูกกลวง ก็บินได้เหมือนกัน

ชาวมายา ก็มีเรื่องเล่า ตามตำนานโบราณได้ว่ารูปร่างของมังกรเอาไว้ ว่า เป็นสัตว์ที่บินลงมาจากฟากฟ้า ลำตัวเป็นสีเขียวเปล่งประกาย ส่วนหัวดูน่ากลัว มีกรามคล้ายกับจระเข้ นกท้องถิ่นในป่าเม็กซิโก จะเป็นที่มาของมังกร ตามความเชื่อของชาวมายา

เม็กซิโกไม่เพียงแต่เป็นแหล่งความเชื่อเรื่องมังกรมนยุคหินเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งความเชื่อเรื่องสัตว์ประหลาดอีกด้วย

คาบสมุทร ยูคาทาล ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดที่อุกกาบาทนอกโลกพุ่งชน เมื่อ 65 ล้านปีก่อน อุกกาบาทขนาดมหึมาที่พุ่งชนโลก ได้ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตไปมากกว่าครึ่ง นักโบราณคดีพบว่า มีไดโดนเสาร์หลายชนิดรอดชีวิตมาได้ และอยู่อีกต่อมาอย่างน้อย 200,000 ปี จนสิ้นสุดยุค ครีเตเชียส

นอกจากนี้ยังมีสัตว์สายพันธุ์อื่นที่ดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ เช่น จระเข้ เต่า และนก  การสืบสวนด้วยวิธีทางโบราณคดี ทำให้มองเห็นภาพมังกรได้ชัดเจนขึ้น  ในลอนดอนของอังกฤษก็ปรากฏหลักฐานความเชื่อเรื่องมังกร  ประตูเมืองเก่ามีมังกรคอยปกป้องรักษา

สำหรับชาวจีนความเชื่อเรื่องมังกร เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาช้านาน  แม้แต่ในย่านไชนาทาว ของอังกฤษ ก็ยังพบเห็นร่องรอยความเชื่อเรื่องมังกร

หลายพันปีมาแล้ว ที่กระดูกมังกรเคยเป็นส่วนผสมเครื่องปรุงยาของชาวจีน  ที่เป็นสัพคุณ เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้จิตใจสงบแก้โรคนอนไม่หลับ และคลายเครียด หลายคนเชื่อว่ากระดูกมังกร แท้ที่จริงก็คือกระดูกของไดโนเสาร์นั่นเอง

 มังกรเป็นสัตว์ในตำนานที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นมังกรบินได้ ตามความเชื่อของชาวเอเชีย หรือจะเป็นมังกรพ่นไฟของชาวยุโรป นอกจากนี้ลวดลายมังกร ยังเป็นที่นิยมชื่นชอบขอบคนที่ชอบสัตว์ในตำนาน แม้แต่การ์ตูน ความเชื่อเรื่องมังกรน่าจะเกิดมาจากความไม่รู้ของคนในอดีต เมื่อพบกระดูกขนาดใหญ่ แม้จะแค่ชิ้นเดียวก็อาจนำไปจินตนาการ จนเกิดเป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ได้

และถ้ามังกรพ่นไฟมีอยู่จริง พวกมันจะทำอย่างงั้นได้หรือไม่ ตามหลักวิทยาศาสตร์  มังกรอาจมีลมหายใจที่พ่นไฟได้จริง ตามทฤษฏีถ้าร่างกายของมังกร ผลิตฟอสฟอรัส หรือ โพแตสเซียมได้ และไปทำปฏิกิริยากับมีเทน และออกซิเจนในร่างกาย มันก็จะสร้างลูกไฟได้ ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในที่สุดมังกรในจินตนาการ ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

แต่มังกรก็ยังมีเรื่องราวอีกหลายแง่มุม ซึ่งเป็นปริศนา และยังคงต้องอาศัยวิทยาศาสตร์ในอนาคต ช่วยอธิบาย

แม้มีความเชื่อใหม่เกี่ยวกับมังกรแต่ก็ไม่อาจลบล้างความเชื่อเก่าเกี่ยวกับมังกรลงไปได้

วิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าในอนาคต อาจนำมาซึ่งคำตอบว่า มังกรเคยมีชีวิตจริงหรือไม่ และเมื่อถึงเวลานั้น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็จะทำให้ตำนานมังกร คงอยู่กับเราตลอดไป

<=ก่อนหน้า

     
   
 
 
[www.nextstep.co.th ] [ www.ngthai.com ] [ http://update.se-ed.com ] [ http://www.sudipan.net ] [ www.thaiinfonet.com ]
 [ http://www.thaiwaterbirds.com ] [ http://websociety.mauy.net ]
contact : e-mail : [toonit_1@hotmail.com ] [ tune_555@hotmail.com ] [ lionardo_th@yahoo.com ]
blog: [ http://lionardo.exteen.com ] [ http://teshuto.exteen.com ] [ http://spaces.msn.com/members/toonit ]   Webmaster

Webstats4U - Free web site statistics
Personal homepage website counter
Free counter